กู้ภัยขอบคุณ’หนุ่มทำดี’ เคาะกระจกขอทางช่วยเด็ก

0    News  admin

กู้ภัยขอบคุณ’หนุ่มทำดี’ เคาะกระจกขอทางช่วยเด็ก
กู้ภัยฝากขอบคุณหนุ่มน้ำใจงาม ทำดีวิ่งเคาะกระจกรถขอทางให้กู้ภัยช่วยเด็กเป็นลมทันท่วงที

กรณีโลกออนไลน์ตามหาตัวชายหนุ่มพลเมืองดี ที่มีน้ำใจแสนประเสริฐ ไม่เฉยเมยต่อเหตุที่อยู่ตรงหน้า หลังเพจชื่อดัง “แหม่มโพธิ์ดำ” ได้เผยแพร่ไว้ว่า ชายหนุ่มนิรนามสวมเสื้อสีเขียวผู้นี้ ได้ลงจากรถของตัวเอง ทำหน้าที่เคาะกระจกรถคันอื่นๆ ที่จอดติดไฟแดง เพื่อขอทางให้รถของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขับผ่านไปรับผู้ป่วยที่สโมสรกองทัพบกได้ทันเวลา จนได้รับกระแสชื่นชมอย่างล้นหลาม

ล่าสุดวันที่ 20 พ.ย. “เดลินิวส์ออนไลน์” ติดต่อสอบถามไปยัง นายศิรสิทธิ์ ศิลารักษ์ อายุ 21 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ศูนย์ใหญ่พลับพลาไชย กล่าวว่า ตนเป็นผู้ถ่ายภาพชายพลเมืองดีคนดังกล่าว และขณะนั้นตนทำหน้าที่ประสานงานภายในรถ โดยมีกู้ภัยอีกคนชื่อ นายภานุมาศ โพธิ์เนียม อายุ 30 ปี รับหน้าที่พลขับ เนื่องจากว่าวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา เวลา 13.30 น. รับแจ้งเหตุมีเด็กนักเรียนไม่ทราบจำนวนแน่ชัด แต่เบื้องต้น 30 ราย ที่แข่งขันกีฬาอยู่ภายในสนามของสโมสรกองทัพบก ป่วยเพราะแดดร้อน แต่ระหว่างทางรถติดมาก ซึ่งต้องขับผ่านเขตพระราชฐาน เป็นที่ทราบกันว่าไม่สามารถใช้สัญญาณเสียงไซเรนได้ แต่ก็ได้เปิดไฟกระพริบขอทาง รถก็ยังติดอยู่ตรงนั้นเคลื่อนไปข้างหน้าไม่ได้ จู่ๆ ก็มีเหตุการณ์น่าประทับใจ ชายเสื้อเขียวขับกระบะขนของที่จอดข้างๆ เดินลงมาจากรถ

 
ทั้งนี้ชายพลเมืองดีได้เคาะกระจกรถและถามตนว่า “พี่ๆ จะไปตรงไหน ผมเลยบอกว่าจะไปสโมสรทหารบก มีนักเรียนป่วยฉุกเฉิน 30 กว่าคน ผู้ชายเสื้อเขียวก็เลยบอกว่า จะระบายรถให้ ในใจผมถึงงงว่า พี่เขาจะทำยังไง เขาเดินไปเคาะกระจกรถทุกคัน แล้วบอกให้หลบ จนมีช่องว่างเลนซ้ายสุดให้รถผ่านไปได้ ระยะทางกว่า 200 เมตรที่เขาทำแบบนี้ กว่าจะผ่านไปได้ก็กินเวลานาน 10 นาที ผมซึ้งใจมากๆ ตอนนั้นรีบถ่ายรูปพี่เขาไว้ และยกมือไหว้ขอบคุณเขา พี่เขาก็รีบวิ่งกลับไปที่รถ โชคดีมากที่เจอคนดีๆ แบบพี่คนนี้” กู้ภัยคนดังกล่าว ระบุ 
 
นายศิรสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ผ่านมา 2 วันแล้วก็ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวว่าเป็นชายในรูปภาพ โดยตนนั้นต้องการเพียงแค่ให้สังคมเห็นว่า ยังมีคนมีน้ำใจประเสริฐแบบนี้อยู่รอบข้างตัวเรา หากพลเมืองดีท่านนี้ได้เห็น ตนขอขอบพระคุณอีกครั้งที่มีน้ำใจทำเพื่อส่วนรวม และหวังให้รถของตนได้ไปรับผู้ป่วยอย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งเมื่อไปถึงสโมสรกองทัพบก รถกู้ภัยคันอื่นก็ได้นำส่งผู้ป่วยไปตามโรงพยาบาลต่างๆ แล้ว ตนจึงใช้รถของตนตั้งเป็นจุดสั่งการ เพื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่จะนำส่งผู้ป่วยถึงมือแพทย์ได้อย่างปลอดภัย

ขอบคุณข้อมูล จาก เดลินิวส์

« »