สิบข้อเท็จจริงว่าด้วยโรควัณโรค

0    Health News  admin

ราวหนึ่งในสามของประชากรโลกติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เป็นวัณโรค แต่สัดส่วนของผู้ป่วยที่ติดเชื้อจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่จะเจ็บป่วยเป็นวัณโรค ผู้คนที่มีระบบภูมิต้านทานที่อ่อนแอมีความเสี่ยงที่จะป่วยจากวัณโรคมากกว่าคนอื่นมาก 

สำหรับผู้ที่มีเชื้อเอชไอวี มีความเสี่ยงมากถึง 20 ถึง 30 เท่าที่จะเป็นวัณโรค

การบรรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ เพื่อย้อนศรการระบาดของเชื้อวัณโรคภายในปี ค.ศ. 2015 เป็นสิ่งที่มองเห็นได้   สำหรับยุทธศาสตร์การหยุดวัณโรคขององค์การอนามัยโลกมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเข้าถึงการวินิจฉัยโรค การรักษา และการดูแล เพื่อทุก ๆ คน ที่ได้รับผลกระทบจากวัณโรค  ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากวัณโรคและภาระโรค

1.ในปี ค.ศ. 2010 มีผู้คนราว 8.8 ล้านคน ป่วยเป็นวัณโรคแต่วัณโรคนั้นสามารถรักษาและป้องกันได้

2. ในปี 2010 มีผู้เสียชีวิตจากวัณโรคเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1.4 ล้านคน (รวมผู้มีเชื้อเอชไอวี 350,000 เข้าด้วย) 

วัณโรค ยังคงเป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อที่เป็นมัจจุราชคร่าชีวิตอันดับต้น ๆ ของโลก ราวร้อยละ 95 ของการเสียชีวิตจากวัณโรคเกิดขึ้นในประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง และมันอยู่ในกลุ่มสามสาเหตุหลัก ของการเสียชีวิตในกลุ่มผู้หญิงอายุ 15 ถึง 44 ปี

3. ในระดับโลก เด็ก ๆ จำนวนมากถึง 70,000 คนต้องจากไปเพราะวัณโรค  ในปี 2010  การเป็นวัณโรคในวัยเด็กถูกมองข้ามบ่อยครั้งโดยผู้ให้บริการทางสุขภาพ และเป็นเรื่องยากที่จะวินิจฉัยและรักษา มีเด็กกำพร้าราว 10 ล้านคน  เพราะการจากไปของผู้ใหญ่ที่เป็นวัณโรค

4. วัณโรคคือมัจจุราชคร่าชีวิตตัวนำของผู้ป่วยที่มีเชื้อเอชไอวี  ราวหนึ่งในสี่ของการเสียชีวิตของผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีเนื่องมาจากวัณโรค  แต่ราว 910,000 ชีวิตได้รับการช่วยเหลือ ในช่วงเวลาหกปี (ปี 2005-2010) ผ่านการให้บริการด้านเอชไอวีและวัณโรค เพื่อการตรวจพบ ป้องกัน และรักษาการติดเชื้อสองอย่างนี้พร้อมกัน

5.  จำนวนผู้ล้มป่วยด้วยวัณโรคกำลังมีจำนวนลดลง และอัตราการเสียชีวิต ลดลงราวร้อยละ 40 นับตั้งแต่ปี 1990 เป็นต้นมา ยกตัวอย่างเช่น ประเทศบราซิลและจีน ได้แสดงให้เห็นถึงการลดลง ในกรณีของวัณโรค ในช่วงเวลา 20 ปีที่ผ่านมา   สำหรับประเทศจีน มีอัตราการลดลงจากการเสียชีวิตถึงร้อยละ 80

6. ราวร้อยละ 80 ของกรณีวัณโรคที่ได้รับการรายงาน เกิดขึ้นใน 22 ประเทศ ในปี 2010  วัณโรคเกิดขึ้นในทุกส่วนของโลก  ร้อยละ 40 ของกรณีวัณโรคใหม่ ๆ เกิดในเอเชียตะวันออก ในปี 2010 อัตราสูง ๆ ของกรณีการเกิดวัณโรคใหม่ ๆ ต่อคนอยู่ที่แอฟริกาใต้เขตทะเลทรายซาฮารา  ประเทศที่อยู่ในเขตนี้ยังไม่สามารถขจัดวัณโรคให้หมดสิ้นไปได้เลย

7. เชื้อวัณโรคที่ดื้อยาหลายชนิด ไม่สนองตอบต่อการรักษาแบบมาตรฐาน อีกทั้งยังยากและมีต้นทุนสูงที่จะรักษาให้หาย   เชื้อวัณโรคที่ดื้อยาหลายชนิดเป็นวัณโรคชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในทุก ๆ ประเทศ ซึ่งทำการสำรวจโดยองค์การอนามัยโลก สาเหตุหลักของการดื้อยาหลาย ๆ ชนิด ก็คือ การใช้ยาต่อต้านวัณโรคที่ไม่ถูกต้อง และไม่เหมาะสม

8. มีผู้คนราว 650,000 คนที่ป่วยด้วยวัณโรคที่ดื้อยาหลายชนิด ในปี 2010 ในบางกรณีรูปแบบการมีเชื้อวัณโรคที่ดื้อยารุนแรงอาจพัฒนามาจากการรักษาที่ไม่ดีพอ   วัณโรคที่ดื้อยาครอบคลุมอย่างกว้างขวาง (extensively drug-resistant tb, xdr-tb) เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของวัณโรคที่สนองตอบต่อยารักษาโรคที่มีใช้น้อยลดลงไปอีก
9. ทั่วโลกมีผู้ป่วยวัณโรคราว 46 ล้านคน ที่ได้รับการรักษาอย่างประสบความสำเร็จ นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เป็นต้นมา  มีจำนวนผู้ที่ได้รับการรักษาชีวิตสูงถึง 7 ล้านคนนับตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นมาผ่าน ยุทธศาสตร์หยุดยั้งวัณโรค (stop tb strategy)  และ การรักษาแบบเฝ้าสังเกตโดยตรงหรือ directly observed treatment (dots)

10. ปัจจุบันเรามาถูกทางแล้วในการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายด้านวัณโรคในระดับโลกสองเป้าหมายภายในปี 2015 เป้าหมายแรกคือเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ ซึ่งวางเป้าหมายที่จะหยุด และย้อนศรเหตุการณ์นี้ในระดับโลก และ เป้าที่สองคือ ภาคีต้านวัณโรค (stop tb partnership) โดยวางเป้าที่จะลดอัตราการตายให้ได้ครึ่งหนึ่ง (เมื่อเปรียบเทียบกับปี 1990)

/ขอบคุณ สสส

« »